ReadyPlanet.com
dot dot
dot
menu
dot
bulletงานวิจัย
bullete-library
dot
ผลงานทางวิชาการ
dot
dot
Link ที่น่าสนใจ
dot
bulletเว็บสำเร็จรูป
bulletเว็บซื้อขาย
bulletเรียนคอมพิวเตอร์
bulletกระทรวงต่างๆ
bulletดู TV
dot
จองตั๋วเดินทาง
dot
bulletรถไฟ
bulletรถโดยสารปรับอากาศ
dot
Newsletter

dot


'น้ำเลี้ยงข้อเข่า' สำคัญอย่างไร article

          ข้อเข่าของเรามีลักษณะคล้ายกับข้อต่อ (Joint) ของเครื่องยนต์ ประกอบด้วย กระดูกผิวข้อ ซึ่งมีลักษณะเรียบลื่นเป็นมันวาว มีสีและลักษณะคล้ายกับผิวของงาช้าง ภายในมีส่วนสำคัญมากอย่างหนึ่งก็คือ “น้ำเลี้ยงข้อ” มีลักษณะเป็นของเหลวใสอยู่ภายในช่องว่างของข้อเข่า มีลักษณะพิเศษ คือมีความเหนียว และยืดหยุ่นได้ เหมือนไข่ขาว ทำหน้าที่ช่วยลดหรือดูดซับแรงกระแทกต่อเข่า  จะว่าไปแล้วทำหน้าที่คล้าย ๆ โช้คอัพ และช่วยหล่อลื่น ลดแรงเสียดทานของผิวข้อเหมือนกับน้ำมันหล่อลื่น หรือน้ำมันจาระบี ลองคิดเล่น ๆ ดูว่า เราใช้เครื่องยนต์ (ข้อเข่า) ของเราคู่นี้มาครึ่งชีวิต ย่อมมีการสึกหรอ จากการศึกษาพบว่าเมื่อเราอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป น้ำเลี้ยงข้อเข่าจะมีปริมาณลดลง และเริ่มสูญเสียคุณสมบัติในการทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทก และการหล่อลื่น อันเนื่องมาจากสารตัวหนึ่ง ชื่อ ไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic) ซึ่งเป็นสารสำคัญในน้ำเลี้ยงข้อมีปริมาณลดลง.....ก่อให้เกิดการสัมผัส เสียดสีกันโดยตรงของกระดูกผิวข้อ เกิดเสียงดังเวลาขยับข้อเข่า โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นจากที่นั่ง หากปล่อยทิ้งไว้ กระดูกผิวข้อก็จะสึกกร่อนไปเรื่อย ๆ จนผิวข้อบางลง มีอาการอักเสบ เจ็บบริเวณหัวเข่า โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสะบ้า (กระดูกรูปสามเหลี่ยมส่วนหน้าหัวเข่า) นานวันเข้าเกิดเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมตามมาในที่สุด นอกจากนี้ยังพบอีกว่า หากปล่อยให้ข้อเข่าเสื่อม จะมีการเปลี่ยนแปลงความสมดุลของน้ำเลี้ยงข้อ จากภาวะความเป็นกลางไปเป็นภาวะความเป็นกรด (pH 7.4 6.85) ถ้าค่า pH ยิ่งต่ำจะแสดงถึงภาวะความเป็นกรด ซึ่งจะเป็นตัวเร่งการทำลายความสมบูรณ์ของผิวข้อมากขึ้นเรื่อย ๆ  ภาวะข้อเสื่อมก็จะเป็นมาก และเป็นเร็วยิ่งขึ้น ทุกคนคงไม่อยากให้ข้อเข่าเสื่อม ดังนั้นการหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของข้อเข่าให้ถูกต้องแต่แรก จะช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าให้ทำหน้าที่รับใช้เราได้ยาวนานขึ้น คนที่มีน้ำหนักมากและมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 ถ้าควบคุมหรือลดน้ำหนักได้ ก็จะช่วยลดแรงกระแทกต่อผิวข้อ ทำให้อาการปวดเข่าหายไปได้ คนที่นั่งงอเข่าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนาน ๆ ต้องฝึกเหยียดเข่าบ่อย ๆ เพื่อลดแรงกดของกระดูกสะบ้ากับกระดูกปลายเข่า ร่วมกับการฝึกออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบ ๆ เข่า และต้นขา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อให้ทำงานแบ่งเบาภาระการทำงานของข้อต่อ แต่ถ้าหากอยากป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อม หรือเริ่มเสื่อมไปบ้างแล้ว จะทำอย่างไร ในปัจจุบันมีวิธีเติมน้ำเลี้ยงข้อเข่า เพื่อทดแทนน้ำเลี้ยงข้อที่มีการลดลง โดยการนำน้ำเลี้ยงข้อสังเคราะห์ซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำเลี้ยงข้อปกติ มาช่วยในการป้องกันและรักษา โดยการฉีดเข้าไปในข้อเข่าที่มีอาการ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3-5 สัปดาห์ ซึ่งมีผลการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาวะข้อที่เสื่อม จุดประสงค์เพื่อช่วยหล่อลื่น และกระตุ้นเซลล์เยื่อบุข้อให้ทำการสร้างน้ำเลี้ยงเข่าที่ปกติขึ้นมาทดแทน  เป็นวิธีที่ปลอดภัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะเลือกให้น้ำเลี้ยงข้อเข่านี้กับผู้ที่ได้รับการรักษาโดยการรับประทานยา ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก มาแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
   
ข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์จิระเดช  ตุงคะเศรณี ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 2.

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
เดลินิวส์ 29 พย 52




ข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ

รักษ์หัวใจ...ใส่ใจสุขภาพ article
กินไข่ทุกวัน อันตราย หรือปลอดภัย article
คุกกี้-ขนมปังสารกันบูดอื้อ อย.ชี้เกินมาตรฐาน article
5 ป่วย ไม่ต้องช่วยด้วย “ยา” article
‘ลูกแพร์-วอเตอร์เครส’ ขับของเสีย
อาหารต้องห้าม ขณะท้องว่าง article
กินอย่างไรจึงไม่อ้วน article
น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา article
น้ำมังคุดมีประโยชน์สารพัด
คุณค่าของสับปะรด
น้ำสมุนไพร
น้ำใบบัวบก
น้ำคลอโรฟิลล์
7 หลักเลี่ยงไขมันพอกตับ
พบคนไทยป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่เฉลี่ยปีละ 11,500 ราย
10 สุดยอดอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวอ่อน article
8 โรคฮิต! ที่ 'นักบริหาร' ต้องรู้เท่าทัน article
เชื้อโรคร้ายในสบู่ภัยห้องน้ำสาธารณะ
"อาหารหมดอายุ" เสี่ยงกินหรือตัดใจทิ้ง
ไม่อยากอ้วนควรรับประทานอย่างไร article
โรคที่มากับคอมพิวเตอร์ article
การแปลผล เมื่อตรวจเลือดมาแล้ว ค่าต่างๆเรารู้อะไรบ้าง
การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ
10 วิธีทำให้หน้าท้่องแบนราบ article
ทานอาหาร hi-fi ป้องกันโรค
สุดยอด20 อาหารล้างสารพิษ
สาว 6 อาชีพกับเส้นเลือดขอด article
สารอาหารแห่งอนาคต article
“กาแฟ” ดีหรือร้ายกันแน่ article
มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช จริงไหม article
ปรับพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยง 'โรคตับ'
มาลาเรียพันธุ์ใหม่ลิงสู่คน article
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ article
สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ article
รู้เกี่ยวกับ มะเร็งเต้านม article
เตาอบไมโครเวฟ ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ไหม article
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน article
มะนาวมีประโยชน์มากกว่าความเปรี้ยว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

web master
ที่อยู่ :  เลขที่ 100/178 หมู่บ้านรามอินทรานิเวศน์ รามอินทรา 67 เขต :  คันนายาว แขวง : คันนายาว
จังหวัด :กรุงเทพมหานคร     รหัสไปรษณีย์ : 10230
เบอร์โทร :  02-945-7264     มือถือ :  081-658-6181
อีเมล : kamolpr@hotmail.com
เว็บไซต์ :http:// www.KamolOnline.net